การปฐมพยาบาลผู้ป่วยลมชัก

Share

 การปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยลมชัก   เมื่อพบเห็นผู้ป่วยกำลังชัก คนจำนวนมากรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยเหลือ แต่จริงๆแล้วส่วนมากใช้เพียงแต่สามัญสำนึกทั่วไป หลักปฏิบัติด้านล่างเหล่านี้เพียงระลึกถึงก็สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยลมชักได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นไม่ได้สลับซับซ้อนเพียงแต่ทำเป็นขั้นตอน หลักสำคัญคือป้องกันการได้รับบาดเจ็บจนกว่าจะรู้สึกตัวคืนมา

 

                        อาการชักแบบลมบ้าหมู (เกร็งกระตุก)                        

                        อาการชักหลายแบบเช่นการชักแบบเหม่อ ไม่รู้สึกตัว ซึ่งผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวเพียงชั่วครู่ไม่จำเป็นต้องการการปฐมพยาบาลที่ยากมากมาย ถ้าพบอาการชักเช่นแบบลมบ้าหมูเพียงทำตามขั้นตอนนี้

1.      ใจเย็น อย่าตื่นตระหนก

2.      ป้องกันการบาดเจ็บ เพียงแต่ใช้ความรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่อยู่ใกล้เคียงที่อาจทำให้ผู้ป่วยที่กำลังชักบาดเจ็บได้

3.      ดูระยะเวลาการชักว่านานแค่ไหน

4.      ดูว่าผู้ป่วยไม่อยู่ในที่แออัด

5.      คอยกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ห่างเช่นพวกไทยมุง

6.      อย่าไปกอดรัดผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยชักแล้วมีการดิ้น อย่าไปจับรัดตัว พึงระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย

7.      อย่าเอาอะไรใส่ในปากผู้ป่วย ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่ชาวบ้านมักจะทำกัน ผู้ป่วยที่กำลังชักอาจกัดนิ้วท่านได้

8.      อย่าให้น้ำ, ยาหรืออาหารแก่ผู้ป่วยจนกว่าจะรู้สึกตัวดี

9.      ถ้าอาการชักยังไม่หยุดหรือชักติดต่อซ้ำๆกันหลายครั้งนานกว่า 5 นาทีควรเรียกรถพยาบาล

10.    ให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและปลอบใจและบอกแก่คนรอบข้างด้วยเช่นกัน 

                            หลังจากชัก ผู้ป่วยควรนอนตะแคงไปทางซ้าย ควรระลึกว่าผู้ป่วยอาจสำลักได้ก่อนที่จะรู้สึกตัวเต็มที่ ดังนั้นควรตะแคงหน้าเพื่อว่าถ้าผู้ป่วยอาเจียนจะได้ไม่สำลักเข้าหลอดลม และอยู่กับผู้ป่วยขนกว่าจะรู้สึกตัวเต็มที่ (ประมาณ 5-20 นาที)

                             อาการชักแบบเหม่อนิ่ง

อาการชักแบบนี้ส่วนมากเราไม่ต้องทำอะไรมากถ้าผู้ป่วยมีอาการเหม่อนิ่งไปชั่วขณะหรือแขนขากระตุกชั่วขณะ บางรายมีอาการงง สับสน มีพฤติกรรมแปลกๆเช่นเคี้ยวปาก มือคว้าสิ่งของ วิธ๊ช่วยเหลือคือ
- เฝ้าดูอย่างระมัดระวังและถ้าเรารู้ว่าอาการแบบนี้เป็นอาการชัก อธิบายให้ผู้คนรอบข้างทราบ เพราะบางครั้งคนทั่วไปเข้าใจว่าผู้ป่วยเป็นโรคจิต, เมาหรือใช้ยาเสพติด
- พยายามอย่าส่งเสียงดัง หรือเอะอะโวยวาย
- พยายามกันไม่ให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายเช่น บันไดที่สูงชัน, ถนน, ของร้อนเช่น กะทะ,หม้อน้ำ อย่าพยายามจับยึดผู้ป่วยยกเว้นว่าผู้ป่วยกำลังมีอุบัติเหตุหรือได้รับอันตราย ส่วนมากอาการชักจะหยุดเอง ถ้าเราไปจับยึดผู้ป่วยอาจมีสัญชาตญาณต่อสู้คนที่มาจับยึด
อยู่กับผู้ป่วยจนกระทั่งรู้สึกตัวดี และอาจช่วยพากลับบ้าน
                         การเรียกรถพยาบาล
เมื่อเราพบคนที่มีอาการชัก ไม่จำเป็นต้องเรียกรถพยาบาลเมื่อ
- มีบัตรประจำตัวบ่งบอกว่าเป็นโรคลมชักอยู่แล้ว
- อาการชักหยุดภายใน 5 นาทีและฟื้นกลับมาปกติ

- ไม่มีการบาดเจ็บหรืออยู่ระหว่างการตั้งครรภ์
ควรเรียกรถพยาบาลเมื่อ
- เกิดอาการชักในน้ำ
- ไม่มีบัตรที่บ่งบอกว่าเป็นโรคลมชักอยู่แล้วและเราไม่รู้ว่าผู้ป่วยมีโรคลมชักอยู่แล้ว

- คนที่ชักตั้งครรภ์, บาดเจ็บ หรือมีโรคเบาหวาน
- อาการชักเป็นนานกว่า 5 นาที
- ชักครั้งที่สองเริ่มหลังจากชักครั้งแรกหยุดไม่นาน
- ไม่คืนสติกลับมาหลังจากอาการกระตุกหยุดแล้ว
 

                         ในผู้สูงอายุ
ถ้าชักกระตุก  
- จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าสบายบนพื้นหรือผิวราบ หาอะไรหนุนศีรษะ หันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อไม่ให้สำลักและทางเดินหายใจโล่ง ถ้านั่งอยู่หันศีรษะไปด้านหนึ่งให้ของเหลวไหลอกมาจากปาก
- อย่าเอาอะไรใส่ในปาก เพราะการชักจะไม่ทำให้ผู้ป่วยกลืนลิ้น
- อย่าให้ดื่มน้ำหรือทานยาจนกระทั่งหยุดชักและรู้ตัวดี
- ถ้ามีกระตุก อย่าไปยึดไว้เพราะกล้ามเนื้อกำลังหดตัวขณะชัก การไปยึดหรือรัดอาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกหรือกระดูกที่บางหักได้
ถ้าชักแบบเหม่อ
- เอาสิ่งรอบตัวออกไม่ให้เกิดอันตราย
- อย่าไปจับยึด ถ้ากำลังเดิน สับสนอาจทำให้ยิ่งวุ่นวาย สับสน ถ้าจะมีอันตรายเพียงแต่ช่วยเคลียร์ทาง
- เมื่อรู้สึกตัว เข้าไปให้กำลังใจ ถ้ายังสับสนไม่ฟื้นควรพาพบแพทย์
ในผู้สูงอายุ ถ้าชักนานเกิน 5 นาทีหรือชักไม่อีกครั้งหลังจากหยุดไม่นาน, ถ้ามีการหายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอกหรือสับสนเกิน 1 ชั่วโมง ควรเรียกรถพยาบาล